เตือนภัยมิจฉาชีพ

 In คลังความรู้

พฤติกรรมที่น่าสงสัยและเข้าข่ายเป็นกลุ่มมิจฉาชีพ มีดังนี้

  1. ขายสินค้าราคาถูกกว่าท้องตลาดมากเกินไป
  2. หลอกล่อให้โอนเงินค่าสินค้าล่วงหน้าโดยไม่ให้หลักฐานเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือแต่อย่างใด
  3. เมื่อโอนเงินแล้ว ผู้ขายจะหายตัวไป ไม่รับโทรศัพท์ และปิดโทรศัพท์หนีในที่สุด
  4. เปลี่ยนชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ไม่ซ้ำกัน ทำให้ยากต่อการติดตาม
  5. นัดเจอเพื่อดูสินค้า แล้วขอรับสินค้าก่อนโดยอ้างว่าจะโอนเงินให้ภายหลัง
  6. ปลอม SMS จากทางธนาคาร เพื่อหลอกว่าโอนเงินให้แล้ว แต่แท้จริงยังไม่ได้โอนเงิน หรือหลอกว่าโอนเงินเกินให้ช่วยโอนเงินคืน
  7. อ้างว่าดีลฟิชเป็นคนกลางในการชำระเงิน ให้ผู้ขายแจ้งขอรับเงินจากดีลฟิช
  8. ปลอม SMS จากดีลฟิช อ้างว่าเป็น SMS การันตีว่าเป็นลูกค้าที่เชื่อถือได้ หรือ SMS ยืนยันว่าลูกค้ารายนี้ทำการโอนเงินแล้ว ซึ่งทางดีลฟิชไม่มีบริการ SMS ดังกล่าวแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดีมิจฉาชีพมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบกลโกงไปเรื่อยๆ และมีความซับซ้อนยากที่จะป้องกันมากขึ้น ดังนั้นการนัดเจอเพื่อดูสินค้าและชำระเงินซึ่งหน้าจึงเป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ
ทำอย่างไรเมื่อถูกโกง

  1. บันทึกรายละเอียดของประกาศนั้น ไว้เป็นหลักฐาน โดยเซฟหน้าประกาศนั้นและ print ออกมาเป็นเอกสาร
  2. เตรียมหลักฐานการโอนเงิน , เลขที่บัญชีธนาคาร , หลักฐานการติดต่อระหว่างคุณกับมิจฉาชีพ เช่น e-mail , เบอร์โทรศัพท์ หรือหมายเลขพัสดุ
  3. แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ สน.ท้องที่ที่คุณไปโอนเงิน ว่า “ถูกฉ้อโกง” เพื่อลงบันทึกประจำวัน และออกใบแจ้งความเพื่อดำเนินคดี
  4. นำใบแจ้งความ ส่งให้ผู้ดูแลเว็บไซต์ เพื่อขอหมายเลข IP ของมิจฉาชีพ (หมายเลข IP สามารถใช้แกะร่องรอยและขยายผลในการจับกุมได้)
  5. นำเอกสารข้อ 1-4 ส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ท้องที่ที่แจ้งความ เพื่อออกหมายจับ และพาไปจับกุมตัว หรือ ส่งให้กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

คำแนะนำ : ต้องแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่า “ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีจนกว่าคดีจะถึงที่สุด” อย่าแจ้งเพียงว่า แจ้งความไว้เป็นหลักฐาน (ถ้าแจ้งความไว้เป็นหลักฐานเฉยๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจอาจเพิกเฉย เพราะถือว่าการแจ้งแบบนี้แปลว่าเจ้าทุกข์จะดำเนินการทางศาลด้วยตนเอง)

…..……………………………………………………………………………………………………………………..……….

ดีลฟิชเป็นเพียงผู้ให้บริการพื้นที่โฆษณาเท่านั้น มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือเป็นคนกลางในการจัดเก็บสินค้า รับ-ส่งสินค้า และการชำระค่าสินค้าหรือบริการ

หากมีกรณีฉ้อโกงเกิดขึ้น ผู้เสียหายจะต้องดำเนินการในด้านคดีความด้วยตนเอง โดยทางเว็บไซต์จะจัดส่งข้อมูลผู้ใช้งานให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้เสียหายตามคำร้องขอ รวมทั้งจะทำการระงับการใช้งานของผู้ใช้งานที่ต้องสงสัยว่าจะโกง

ตรวจสอบข้อมูลก่อนโอนเงิน

ข้อสังเกต พฤติกรรมการหลอกให้โอนเงิน

1. โอนเงินแล้วไม่ส่งสินค้า หรือให้โอนครึ่งหนึ่งของราคาสินค้า
2. ผู้ขายจะแจ้งว่าส่งของ (กล่องเปล่า) ให้ทางไปรษณีย์แล้ว และให้ผู้ซื้อทำการตรวจสอบรหัส EMS ผ่านเว็บไปรษณีย์ไทย เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งในกรณีนี้ ผู้ซื้อได้เช็ครหัส EMS และโทรสอบถามเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ต้นทางแล้วยืนยันว่าผู้ขายส่งของจริง ทำให้ผู้ซื้อหลงเชื่อและโอนเงินไปให้ พอได้รับกล่องพัสดุจริงๆ จะเป็นกล่องเปล่า
3. ส่งสินค้าที่ไม่ตรงตามที่ลงขายไว้

ไม่อยากถูกโกง ควรอ่าน!

  • ก่อนทำการซื้อ-ขาย ควรขอข้อมูลจากผู้ขาย เช่น ชื่อ ที่อยู่  เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์ เลขที่บัตรประชาชน และเลขที่บัญชี พร้อมทั้ง ชื่อบัญชี ภาษาไทย + ภาษาอังกฤษ ให้ชัดเจน เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปค้นหาใน Google  ดูว่ามีฟีดแบ็คจากผู้อื่นแจ้งเตือนไว้หรือไม่หากเคยมีการโกงไว้ในเว็บอื่นๆ จะเห็นผู้ซื้อคนอื่นๆ โพสต์เตือนเอาไว้ เป็นข้อมูลเล็กน้อยที่เราจะสามารถตรวจสอบได้ก่อนโอนเงิน
  • ถ้าต้องโอนเงินให้ก่อน ควรขอเบอร์โทรศัพท์บ้านของผู้ขาย และโทรเช็คว่ามีตัวตนอยู่จริง
  • กรณีอ้างว่าเป็นร้านค้า ให้ขอหลักฐาน เบอร์โทรศัพท์ของร้าน ทะเบียนการค้า หรือข้อมูลอื่นๆ ที่เป็นการยืนยันว่าเป็นร้านค้าจริง ๆ
  • ถ้าชื่อบัญชีไม่ตรงควรระวังและตรวจสอบข้อมูลจากผู้ขายโดยละเอียด ให้ขอเบอร์โทรบ้าน และโทรเช็คก่อนทุกครั้ง

*** ข้อมูลข้างต้นเป็นคำแนะนำเพื่อลดความเสี่ยงถูกโกงเท่านั้น เพราะไม่มีวิธีการใดๆ ที่จะรับรองได้ 100% ***

คำแนะนำเพื่อการซื้อขายสินค้าออนไลน์อย่างปลอดภัย อ่านเพิ่มเติม คลิกที่นี่!

 

เตือนคนขาย ระวังกลโกง หลอกให้ส่งของ

เตือนคนขาย ระวังกลโกง หลอกให้ส่งของ

หากท่านได้รับ e-mail ติดต่อเข้ามาแบบแปลกๆ จากชาวต่างชาติ โดยส่วนใหญ่อาจเป็นไนจีเรีย ยูเครน หรือมาเลเซีย ให้ท่านระวังไว้ว่าอาจจะเป็นแก๊งค์มิจฉาชีพ โดยสินค้าส่วนใหญ่ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของมิจฉาชีพจะเป็นสินค้าไอที เช่น กล้องถ่ายรูป notebook โทรศัพท์มือถือ หรืออาจจะเป็นรถยนต์

โดยแก๊งค์มิจฉาชีพอาจมีพฤติกรรมดังนี้

  1. มิจฉาชีพที่ติดต่อเข้ามาจะเป็นชาวต่างชาติ (อาจอ้างว่าทำอาชีพนักธุรกิจ/ตำรวจ) ส่ง e-mail ถึงท่านเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาไทยที่แปลกๆ เนื่องจากแปลจากเว็บแปลภาษา
  2. หลอกสั่งสินค้าท่านในปริมาณมาก และ/หรือ จะเสนอราคาซื้อที่สูงกว่าปกติ เพื่อดึงดูดใจผู้ขาย และอาจจะอ้างว่าจะรับผิดชอบค่าส่งของเอง โดยไม่สนใจว่าค่าใช้จ่ายจะสูงแค่ไหน
  3. หากเป็นสินค้าไอที หรือสินค้าชิ้นเล็ก ที่ท่านสามารถส่งได้ มิจฉาชีพจะอ้างว่าตัวเองอยู่อเมริกา อังกฤษ หรือประเทศอื่นๆ แล้วขอให้ท่านส่งสินค้าไปให้เพื่อนหรือลูกที่อยู่ประเทศไนจีเรียเป็นของขวัญหากเป็นการติดต่อซื้อขายรถยนต์ มิจฉาชีพจะอ้างว่าตัวเองอยู่ต่างประเทศ แต่จะให้ตัวแทนมาดู หรือลองขับรถ แทน หรืออาจจะอ้างว่าให้บริษัทขนส่งสินค้ามาทำการรับรถที่บ้านท่าน
  4. มิจฉาชีพจะอ้างว่า จะจ่ายเงินทาง Paypal โดยใช้บัตรเครดิตที่ขโมยมา เมื่อ Paypal ตรวจสอบพบว่าเป็นบัตรที่ขโมยมา ก็จะดึงเงินท่านคืนเจ้าของบัตรตัวจริงหรือมิจฉาชีพอาจจะขอเลขบัญชีธนาคารของท่าน แล้วบอกว่าจะโอนเงินมาให้ผ่านทางธนาคารต่างประเทศ จากนั้นมิจฉาชีพจะทำการส่ง e-mail ปลอมของธนาคารต่างประเทศ (ซึ่งอาจจะมีโลโก้ทำให้ท่านเชื่อถือ) เพื่อยืนยันว่าตัวเองได้ทำการโอนเงินมาให้ท่านเรียบร้อยแล้ว  แต่มิจฉาชีพจะอ้างว่า ท่านต้องทำการส่งของมาก่อน เพื่อนำ Tracking Number รายละเอียดการส่งของไปยืนยันกับธนาคาร ธนาคารจึงจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ท่าน
  5. หากท่านบอกรายละเอียดเลขที่บัญชีแก่มิจฉาชีพไปแล้ว แต่ยังไม่ได้ส่งของ มิจฉาชีพจะอ้างว่าได้ทำการแจ้งตำรวจ หรือ FBI หรือหน่วยงานอื่นๆ เพื่อทำการขู่ให้ท่านส่งของไปให้ดังนั้น เพื่อความปลอดภัย ท่านไม่ควรบอกเลขที่บัญชีหรือข้อมูลส่วนตัวใดๆทั้งสิ้น หากประสบเหตุการณ์เช่นนี้และมีข้อสงสัย ให้รีบติดต่อทีมงานก่อนค่ะ

ที่มา:   http://www.dealfish.co.th/help/fraud/

Recent Posts

Start typing and press Enter to search