สินค้าน้ำมันพืชเจ้าของเป็นนักการเมืองดังภาคใต้ท่านหนึ่ง ข่าวปลอม สร้างผลกระทบ อย่าแชร์

สินค้าน้ำมันพืชเจ้าของเป็นนักการเมืองดังภาคใต้ท่านหนึ่ง ข่าวปลอม สร้างผลกระทบ อย่าแชร์

ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับกรณีที่มีผู้เผยแพร่ข้อความในสื่อออนไลน์ ในประเด็นเรื่อง สินค้าน้ำมันพืชเจ้าของเป็นนักการเมืองดังภาคใต้ท่านหนึ่งนั้น ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ได้รับแจ้งข้อเท็จจริงจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ที่ได้รับผลกระทบกับประเด็นดังกล่าวว่าเป็น ข้อมูลเท็จ

 

 

จากกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์มีการวิพากษ์วิจารณ์เรื่องสินค้าน้ำมันพืชเจ้าของเป็นนักการเมืองดังภาคใต้ท่านหนึ่ง หลังจากมีการกระจายข้อความบนโลกออนไลน์เกี่ยวกับการเชิญชวนให้งดซื้อ งดใช้บริการของอุปโภค บริโภคสินค้าน้ำพืชของบริษัทเอกชน ทำให้ได้ผลกระทบจากการโยงประเด็นดังกล่าว โดยบริษัทเอกชนที่ได้ผลกระทบนี้เปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า “ตามที่มีการปล่อยข่าวลือในรูปแบบของการโพสต์ภาพพร้อมคำพูดที่ว่า “น้ำมันปาล์มตราผึ้งเป็นของ นักการเมืองภาคใต้ท่านหนึ่ง (ที่ถูกเอ่ยชื่อพร้อมภาพในข่าวลือ) อย่าไปอุดหนุน พี่น้องท่านใดเกลียด (นักการเมืองที่ถูกเอ่ยชื่อพร้อมภาพในข่าวลือ) แอนตี้น้ำมันพืชยี่ห้อนี้เลย คนไหนชอบอุดหนุนเยอะ ……ถ้าเกลียดแอนตี้คะ”

.

.

บริษัทฯ จึงขอชี้แจงตามข้อก็เท็จจริงดังต่อไปนี้ น้ำมันพืชตราผึ้ง และ บจก.กลุ่มปาล์มธรรมชาติและบริษัทในเครือ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนักการเมือง อดีตนักการเมือง และ/หรือพรรคการเมืองใดๆ เราขอยืนยันว่าไม่มีนักการเมืองท่านใดเป็นเจ้าของหรือเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ รวมถึงไม่ได้มีความสัมพันธ์และรับผลประโยชน์ใดๆ จากนักการเมืองท่านใดทั้งสิ้น จึงถือว่าไม่เป็นความจริงตามที่อ้างถึงในโพสต์ข่าวสื่อดังกล่าว ความพยายามที่จะเชื่อมโยงน้ำมันพืชตราผึ้งไปสู่เรื่องการเมืองนั้น เป็นการกระทำของผู้ไม่หวังดีต่อบริษัท จึงขอความกรุณาให้ทุกท่านที่ได้รับโพสต์ข่าวลือดังกล่าว กรุณาอย่าส่งต่อจักเป็นการให้ ความยุติธรรมต่อบริษัทฯ และจะหยุดการโพสต์ในเชิงลบได้ในทีสุดในขณะนี้บริษัทฯ กำลังปรึกษาทีมกฎหมายเพื่อดำเนินการกับเพจต้นเรื่องและผู้เผยแพร่ข้อความ อันเป็นเท็จนี้ตามกฎหมายต่อไป บริษัทฯ ขอยืนยันว่าเราทำธุรกิจดัวยความเป็นกลางและเป็นธรรมกับผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่อง”

 

.

.

 

ดังนั้นโปรดใช้วิจารญาณ และขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ

บทสรุปของเรื่องนี้คือ : ไม่จริง ไม่ควรแชร์ต่อ